โลกร้อน ภัยร้ายที่ไม่มีเสียงเตือน

ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องใหม่  แต่ได้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานแล้ว  และมีแนวโน้มจะทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในระยะเวลาอันใกล้นี้เลย เราคงพอทราบพอได้ยินข้อมูลกันมาบ้างแล้วว่า สาเหตุการเกิดสภาวะโลกร้อนนี้ เกิดจากการที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลอยขึ้นไปอยู่ในชั้นบรรยากาศมากเกินไป ทำให้สร้างแก๊สเรือนกระจก ซึ่งชั้นบรรยากาศประกอบด้วยก๊าซต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ และพืช แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและภาวะโลกร้อนขึ้น ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของโลกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ที่อาจจะทำลายโลกได้ในอนาคตข้างหน้า มนุษย์กำลังทำลายตัวเองอย่างช้า ๆ จากความร้อนของโลกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ระอุอย่างรวดเร็ว แต่ก็พอทำให้มนุษย์เริ่มตระหนักรู้ตัวถึงสภาวะนี้ ระบบนิเวศกำลังถูกทำลายทีละเล็กทีละน้อย จนก่อให้เกิดความเสียหายเป็นรูปร่างที่ชัดเจน อันตรายแบบเงียบ ๆ ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์เราเองที่มีปัจจัยสร้างแก๊สเรือนกระจก แต่ก็นั่นแหล่ะ ในเมื่อรู้แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังทำกิจการ กิจกรรม ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่คิดที่จะปรับพฤติกรรมและคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น หนึ่งในสาเหตุใหญ่ ๆ ก็คือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่เริ่มขยายมีอยู่ในทุกพื้นที่  ซึ่งกระบวนการผลิตจะใช้ความร้อนในการหลอมละลายวัตถุ ก่อให้เกิดไอร้อนและควันเสียจำนวนมาก  และการเผาไหม้เชื้อเพลิงถ่านหินนี้ ก็สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซเหล่านี้ล้วนมาจากการเผาไหม้ทั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ละเลยสิ่งเหล่านี้ และยังทำกันต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน หรือแม้แต่การใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่มีเกลื่อนกลาดเต็มท้องถนน เพราะคนส่วนใหญ่ยุคปัจจุบัน หันมาใช้รถส่วนตัวกันเพิ่มมากขึ้น นั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นไปทับถมอยู่บนชั้นบรรยากาศ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์มีอะไรบ้าง ? จากสถานการณ์ภาวะโลกร้อนนี้ สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงในระบบนิเวศอย่างสูง เช่น น้ำและอาหาร จะสังเกตเห็นได้ว่าระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน อุณหภูมิทั่วโลกกำลังร้อนขึ้น…

เทคโนโลยีกับโลกอนาคต

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมายในเรื่องของเทคโนโลยี ขึนอย่างรวดเร็วจนปรับตัวแทบตามไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้น รูปแบบใหม่ของการศึกษา ธุรกิจ การขนส่งคมนาคม การแพทย์และสุขภาพ การติดต่อสื่อสาร หรือแม้แต่เรื่องปัจจัย 4 เช่น เรื่องของอาหารการกิน ที่สะดวกขั้นว่านั่งรออยู่บ้านก็ได้กินอาหารที่อยากกิน การ Shopping online สินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ล้วนแต่สามารถสั่งให้มาส่งถึงหน้าประตูบ้านของเราได้ อนาคตหลังจากนี้อีก 10-20 ปีข้างหน้า จะเห็นได้ว่าปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาใช้เทคโนโลยีเกือบทุกเรื่องในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้การดำเนินชีวิตมีความสะดวกรวดเร็วทันใจได้มากขึ้นเพียงแค่คลิกเดียว และมีแนวโน้มว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้า โลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือ จะขอยกตัวอย่างเรื่องเด็ดมาให้ดูกันว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เทคโนโลยีการทางการแพทย์ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาในเรื่องของการวินิจฉัยโรคภัยไข้เจ็บได้เร็ว และมีความถูกต้องแม่นยำสูงมาก ทำให้แพทย์ได้รักษาคนไข้ได้อย่างปลอดภัยและตรงกับโรค และช่วยในการพักฟื้นหรือการรักษาบาดแผลได้เร็ว ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น แต่ไฮไลท์อยู่ที่ในอนาคตสามารถที่จะสร้างอวัยวะเทียมได้มีเสถียรภาพมากขึ้น การปลูกถ่ายอวัยวะจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่แน่ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า มนุษย์เราอาจจะมีอายุยืนได้ถึง 500 ปี ก็เป็นไปได้ AI กับมนุษย์จะทำงานร่วมกัน มนุษย์จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับหุ่นยนต์ เหมือนอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์หรือ ซีรี่ย์ต่างประเทศ ในอนาคตข้างหน้ามันอาจจะเกิดขึ้นจริง เพราะว่ามนุษย์มีขีดจำกัดในการทำงานที่ไม่สามารถต่อเนื่องยาวนานได้ จึงมีหุ่นยนต์เป็นเสมือนผู้ช่วยหรือเลขา คอยจัดการ ดูแล แบ่งเบาภาระให้มนุษย์ได้ ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้ามนุษย์จะสร้างหุ่นยนต์ให้ทดแทนในบางอาชีพได้ เช่น…

PM 2.5 เล็กจิ๋ว แต่เป็นภัย

จากการเกิดหมอกควันและมีค่า PM 2.5  ทั่วเมืองตามที่เป็นข่าวใหญ่ จนต้องมีมาตรการป้องกันให้ใส่ผ้าปิดจมูก กับมีแอบพลิเคชั่นเช็คค่าฝุ่นละอองกันมาแล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งกันอีกครั้งว่า เจ้า PM 2.5 มันมีที่มาและมันอันตรายร้ายแรงอย่างไรบ้าง PM 2.5 เกิดขึ้นได้ง่ายมากและอยู่รอบตัวเรานั่นเอง สาเหตุที่ PM 2.5 โผล่มาทักทายเราก็มาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จากท่อไอเสียรถยนต์ รวมไปถึงการเผาขยะหรือวัสดุในพื้นที่โล่ง โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ควันบุหรี่ และการเผาป่า หรือเกิดไฟไหม้ป่าที่ขยายเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดหมอกควันเป็นเกาะกลุ่มกระจัดกระจายอยู่ในอากาศ ยิ่งมีปริมาณมาก ก็จะคล้าย ๆ กับเรากางมุ้งคลุมตัวเองกลางอากาศ และ PM 2.5 มีการระบายได้ยากและใช้ระยะเวลานาน ซึ่งถ้าหากไม่มีฝนตกหรือลมพัด ก็จะแก้ปัญหาได้ยากเข้าไปอีก PM 2.5 ทำไมถึงน่ากลัว? เจ้าฝุ่น PM 2.5 นี้ มีขนาดเล็กมาก ไม่ใช่ฝุ่นธรรมดา ที่เมื่อเราสูดดมเข้าไปในร่างกาย ร่างกายของเราจะสามารถต่อต้านขับออกมาด้วยการไอหรือจามได้  และบางคนไม่คิดว่าจะร้ายแรงถึงขั้นไม่สนใจ ไม่ใส่ผ้าปิดจมูกหรือปากไว้เวลาออกไปทำกิจกรรมข้างนอก เดินทาง หรือไปทำงาน  PM 2.5 น่ากลัวขนาดที่ว่ามีอนุภาคเล็กมาก เล็กกว่าเส้นผมถึง 25 เท่า ที่เมื่อเข้าไปสู่ในร่างกายเราแล้ว ร่างกายคนเราไม่ตอบสนองในทันที ความเล็กของ PM…

“น้ำท่วม” เกิดจากภัยธรรมชาติ หรือ จากน้ำมือมนุษย์ กันแน่

เหตุการณ์การเกิดปัญหาอุทกภัยหรือน้ำท่วม ได้เคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่มานานแล้ว แต่เมื่อเทียบสมัยอดีตกับปัจจุบัน การเกิดน้ำท่วมได้เกิดขึ้นได้ง่ายและมีความถี่กว่าสมัยอดีต ตามที่เราได้เห็นข่าวจากสื่อต่าง ๆ และปัญหาการเกิดน้ำท่วมนี้ได้ขยายบริเวณกว้าง และกินเวลานานกว่าระดับน้ำจะลดลง สร้างความเสียหายให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตร และสัตว์เลี้ยง ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และกว่าจะเยียวยาแก้ปัญหาให้กลับคืนสู่สภาพปกติก็ใช้เวลาอย่างยาวนาน สาเหตุของการเกิดน้ำท่วม ตามข้อเท็จจริงแล้ว สาเหตุของการเกิดน้ำท่วม เกิดจากปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ เนื่องจากพายุฝนที่พัดผ่านเข้ามาในพื้นที่ที่ติดกับลุ่มแม่น้ำ เขื่อนกักเก็บน้ำ และบริเวณติดภูเขาที่มีความชันสูง และเมื่อเกิดฝนตกหนักเป็นระยะเวลานาน ทำให้จำนวนน้ำมีปริมาณมาก ทำให้เกิดน้ำล้นจากพื้นที่กักเก็บน้ำและน้ำป่าไหลหลากลงมาบรรจบกัน ทำให้เกิดการระบายน้ำไม่ทัน และปริมาณของน้ำเมื่อรวมตัวกันเป็นขนาดใหญ่ ย่อมมีแรงดันของน้ำสูง น้ำจึงทะลักไหลสู่พื้นที่ใกล้เคียง จนทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างที่เห็นกัน ปัจจัยของการเกิดน้ำท่วมนอกจากจะเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ธรรมชาติแล้ว การดำรงชีวิตของมนุษย์ที่รบกวนธรรมชาติมากเกินไป ก็เป็นสาเหตุกระตุ้นที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้ทำลายป่า การสร้างมลพิษให้อากาศ หรือแม้แต่การเพิ่มจำนวนขยะที่ย่อยสลายยากมากขึ้น ล้วนแต่เป็นสาเหตุร่วมที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมขึ้นได้ อ่านเพิ่มเติม: กระตุ้นไทยแลนด์ให้มีพื้นที่สีเขียว (Green space) เยอะ ๆ กันเถอะ การป้องกันและการแก้ไข การจะห้ามฝนไม่ให้ตกหรือหยุดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่พ้นวิสัยของมนุษย์เรา แต่สิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญหรือโฟกัสในเรื่องของน้ำท่วมก็คือการป้องกันเมื่อเกิดฝนตกหนักจนทำให้น้ำท่วม และการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดน้ำท่วมแล้ว เราจะรับมืออย่างไรให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด และเมื่อความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว เราจะเยียวยาอย่างไรเพื่อบรรเทาความเสียหายนั้นให้กลับคืนสู่ปกติได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ป่าไม้ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่า ไม่สร้างหรือเพิ่มขยะพลาสติก และควรสร้างเขื่อนกันน้ำที่มาตรฐาน มีการรองรับน้ำได้มากที่สุดและแข็งแรง ในเมื่อโลกสร้างธรรมชาติและทรัพยากรให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ ต่างพึ่งพาอาศัยกัน เมื่อมนุษย์เราได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ ก็ควรตอบแทนธรรมชาติด้วยการดูแลรักษา…